Gone in 60 Seconds สปอยหนัง หนังยุโรป Nakamuraza รีวิวหนัง
หนังยุโรป

Gone in 60 Seconds 2000

Gone in 60 Seconds 2000 ( 60วิ รหัสโจรกรรมอันตราย 2543 ) ภาพยนตร์อเมริกันแอคชั่น อาชญากรรม ที่กำกับภาพยนตร์โดยโดมินิค เซนา ภาพยนตร์ดัดแปลงจากผลงาน Gone in 60 Seconds (1974) ภาพยนตร์แอ็คชั่นอเมริกันเขียนกำกับผลิตและนำแสดงโดยเอช. บี. ฮาลิคกี Gone in 60 Seconds 2000 เป็นเรื่องราวของสถานการณ์ที่บังคับให้อดีตโจรปล้นรถมือดีแรนดัล “เมอฟิส” เรนส์ ต้องร่วมตัวกับสหายเก่าเพื่อลงมือปล้นอีกครั้งเพื่อช่วยน้องชายของเค้าจากพ่อค้ารถเถื่อนชาวอังกฤษเรย์มอนด์ คาลิทรีที่จ้างวานให้ปล้นรถหรูระดับไฮคลาสเป็นจำนวน50คันในเวลาเพียง72ชั่วโมง 6วันหลังจากนี้แต่พวกเค้าตัดสินใจจะปล้นในคืนสุดท้ายแค่12ชั่วโมงเท่านั้น ภาพยนตร์นำแสดงโดย นิโคลัส เคจ ,โรเบิร์ต ดูวัลล์, ไช แม็คไบรด์, วินนี โจนส์, แอนเจลีนา โจลี, จิโอวานนี่ ริบิซี่, คริสโตเฟอร์ เอคเคิลสตัน, เดลรอย ลินโด, ทิโมธี โอลิแฟนท์, วิล แพ็ทตัน

วันที่ออกฉาย : 9 มิถุนายน 2543 (สหรัฐอเมริกา)

ผู้กำกับภาพยนตร์ : โดมินิค เซนา

ดัดแปลงจากผลงาน : Gone in 60 Seconds (1974) · เอช. บี. ฮาลิคกี

เขียนบทภาพยนตร์ : สก็อตต์ โรเซนเบิร์ก

อำนวยการสร้าง : เจอร์รี บรักไฮเมอร์ l ไมค์ สเตนสัน

กำกับภาพ : พอล คาเมรอน

ดนตรีประกอบ : ทรีเวอร์ ราบิน

ตัดต่อภาพยนตร์ : โรเจอร์ บาร์ตัน l คริส เลเบนซัน l ทอม มัลดูน

ค่ายผลิต : ทัชสโตนพิกเจอส์ l เจอร์รีบรักไฮเมอร์ฟิล์ม

จัดจำหน่าย/เผยแพร่ : บัวน่า วิสต้าพิกเจอส์ วอลท์ดิสนีย์สตูดิโอจำกัด

ความยาว : 1 ชม. 58 นาที l 2 ชม. 16 นาที

งบประมาณการสร้าง : 90 ล้านดอลล่าสหรัฐ

รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศ : 273.2 ล้านดอลล่าสหรัฐ

คิป เรนส์( จิโอวานนี่ ริบิซี่ )โจรขโมยรถวัยรุ่นใจร้อนด่วนได้ ที่มีเพื่อนร่วมทีมเป็นแก็งค์โจรวัยเดียวกับเขา พวกเค้าได้ไปรับงานที่เกินความสามารถแต่คิดว่าพวกเค้าเอาอยู่ โดยเป็นงานขโมยรถยนต์ระดับไฮคลาสห้าสิบคันที่จ้างวานโดยพ่อค้ารถเถื่อนชาวอังกฤษ เรย์มอนด์ คาลิทรี ( คริสโตเฟอร์ เอคเคิลสตัน )ผู้หลงใหลในศิลปะงานไม้ ที่มีแหล่งกบดานเป็นโรงงานรีไซเคิลเหล็กแห่งหนึ่ง แต่ด้วยความเลือดร้อนและวัยรุ่นของเค้าทำใหถูกนักสืบโรแลนด์ แคลเซิลเบ็ค( เดลรอย ลินโด ) และดายน์ครอฟ( ทิโมธี โอลิแฟนท์ ) เหตุว่าต้องสงสัยเสียก่อนนำตัวสอบสวน เป็นเหตุให้งานที่รับมาล้มเหลว เคลิติไม่พอใจเป็นอย่างมากจึงลักพาตัวคิปและขู่ว่าจะเอาเค้าบดไปพร้อมกับรถหากว่าไม่สามารถรับผิดชอบความเสียหายครั้งนี้ เมื่อเรื่องถึงหูแอตลีย์ แจ็คสัน ( วิล แพ็ทตัน )ผู้เป็นเหมือนคนดูแลคิป เรนส์เพราะเป็นน้องชายของเพื่อนรัก จึงต้องรีบไปบอกข่าวนี้กับ แรนดัล “เมอฟิส” เรนส์ ( นิโคลัส เคจ ) พี่ชายของคิปอดีตโจรรถยนต์ผู้ขอออกจากวงการโจรกรรมรถมาหลายปีแล้ว เมมฟิสรู้เรื่องน้องชายจึงรีบเข้าไปต่อรองกับพ่อค้ารถเถื่อนเคลิติ เพื่อเจรจาการปล่อยตัวของคิป โดยเสนอเงินให้เขาซึ่งเคลิติ ปฏิเสธ แต่ยื่นข้อเสนอตกลงที่จะปล่อยกีบถ้าเมมฟิสสามารถขโมยรถห้าสิบคันภายใน 72 ชั่วโมงหรือหลังจากนี้6วันและรถจำเป็นจะต้องถูกส่งตรงเวลา ก่อนที่จะปล่อยตัวคิปไป

Gone in 60 Seconds 2000

เมอฟิสจึงเข้าไปขอคำปรึกษาจากอ็อตโต ฮัลลิเวลล์ ( โรเบิร์ต ดูวัลล์ )เจ้าของอู่รถรุ่นใหญ่แนะนำว่าเวลาจำกัดเท่านี้ต้องมีทีม และต้องเป้นคนที่รู้มือกันอีกทั้งความสามารถต้องอยู่ในระดับอาจารย์ เมมฟิสนึกถึงเพื่อนร่วมงานเก่าของเค้าซึ่งทุกคนส่วนมากวางมือออกจากวงการไปหมดแล้วอย่าง ดอนนี่ แอสทริคกี้ ( ไช แม็คไบรด์ ) ซึ่งตอนนี้เป็นอาจารย์สอนขับรถ สฟินซ์ ( วินนี โจนส์ ) บาทหลวงที่ไม่ชอบพูดซักเท่าไหร่เรียกได้ว่าไม่พูดเลยและซาร่า “สเวย์” เวย์แลนด์ ( แอนเจลีนา โจลี ) ช่างประจำอู่รถและบาร์เทนเดอร์สาวสวยซึ่งเคยมีความสัมพันธ์แบบโรแมนติกกับเมอฟิสมาก่อน ที่เมอฟิสเข้าไปขอความช่วยเหลือและทีมงานทุกคนต่างพร้อมที่จะช่วยเพื่อนเก่า โดยมีแก็งค์ของคิปขอช่วยเหลือด้วยเพราะเหตุทั้งหมดตนเป็นคนก่อนขึ้นจะขอมีส่วนร่วมในการแก้ไขด้วย เมมฟิสรู้ว่ามีตำรวจคอยจับตามองพวกเค้าอยู่เพราะพวกนักสืบรู้เรื่องการเข้าเมื่องมาอีกครัั้งของโจรปล้นรถมือฉมังอย่างเค้าอีกทั่งกลุ่มเพื่อนๆก็มารวมตัวกันบ่อยขึ้นทำให้ยิ่งน่าสงสัยว่าจะวางแผนโจรกรรมอะไรแน่นอน จึงแนะนำให้พวกเขาขโมยรถทั้งหมดภายในระยะเวลาเพียง12ชั่วโมงเท่านั้น อันดับแรกตั้งชื่อผู้หญิงแทนยี่ห้อรถเป้าหมายเป็นเหมือนรหัสป้องกันเจ้าหน้าที่รู้ตัวเสียก่อน และไล่ลำดับความยากง่ายในการขโมยของแต่ละคันโดยจะเหลือรถคันสุดท้ายในรายการคือ 1967 Ford Shelby GT500 เมมฟิสเรียกมันว่า ” เอลีนอร์ ” เค้ายืนยันว่าจะเก็บรถคันนี้ไว้เป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งมีความหลังที่ไม่ดีเหมือนเป้นตราบาปในใจเมื่อเขาพยายามขโมย “อีลีเนอร์” หลายครั้งในอดีตซึ่งทั้งหมดจบลงด้วยความหายนะภารกิจต้องมีอันล้มเหลวและเป็นส่วนหนึ่งที่เค้าต้องวางมือจากวงการ

ขณะที่นักสืบโรแลนด์ แคลเซิลเบ็คและดายน์ครอฟ ได้สายสืบข้อมูลมาว่าพวกเมอฟิสมีแผนที่จะปล้นรถเมอร์เซเดส เบนซ์เพราะก่อนหน้านั้นสายสืบรู้มาว่าคิป เรนส์ได้ทำการสั่งซื้อกุญแจทรานสปอนเดอร์ตัดด้วยเลเซอร์โดยตรงจากฮัมบูร์กเยอรมนี ซึ่งแน่นอนมันคือกุญแจผีที่จะใช้ในการปล้นรถเบนซ์พวกนี้และนี่คือเป้าหมายที่พวกเค้าจะจับตามองยังไงพวกเมมฟิสต้องมาเอารถคันนี้ ก่อนที่12ชั่วโมงของการปล้นจะเริ่มขึ้นเพื่อนในแก็งค์ของคิปก็ได้สร้างปัญหาโดยการขโมยรถ Cadillac Eldorado ที่ไม่มีอยู่ในรายชื่อที่ท้ายรถพบเฮโรอีนซ่อน ในขณะที่ทุกคนกำลังโต้เถียงเกี่ยวกับเฮโรอีนพวกนี้ เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อโรแลนด์ แคลเซิลเบ็คและดายน์ครอฟปรากฏตัวขึ้น เข้ามาเยี่ยมหาเมมฟิสและเพื่อนในทีม และพยายามที่จะสืบสวนเรื่องที่พวกเค้ามารวมตัวกันและมาเตือนว่าทางตำรวจรู้เรื่องแล้วให้หยุดการโจรกรรมครั้งนี้ แต่ทุกคนในทีมของเมมฟิสยืนกรานว่าไม่มีเรื่องปล้นแน่นอนทุกคนวางมือกันหมดแล้ว ก่อนที่พวกนัดสืบจะเดินออกไปโดยไม่สังเกตุถึงคราบเฮโรอีนที่เกาะอยู่ตามขอบรถCadillac Eldoradoปัญหาคันนั้น

ในคืน12ชั่วโมงของการปล้นก็เริ่มขึ้นโดยรถทุกคันจะส่งผ่านทางเรือและแล้วรถคันแรกได้วิ่งเข้าสู่ท่าเรือของพ่อค้ารถเถื่อนเรย์มอนด์ คาลิทรีตามมาด้วยรถคันอื่นๆตามลำดับความยาก-ง่ายที่พวกเค้าวางแผนกันไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อเมอฟิสและคนอื่น ๆเตรียมขโมยเมอร์เซเดสด้วยกุญที่คิป เรนส์ได้ทำการสั่งซื้อจากฮัมบูร์กเยอรมนี เมอฟิสสังเกตุเห็นนักสืบแคลเซิลเบ็คและดายน์ครอฟเฝ้าดูเขาจากรถตู้คันหนึ่งจึงต้องรีบทิ้งรถเบนซ์คนนี้ก่อนถูกจับได้ ซึ่งต้องเจอปัญหาเพิ่มเมื่อสุนัขของอ็อตโตกินกุญแจไปที่รถเมอร์เซเดสทำให้แผนล่าช้าไปอีกแต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี ต่อมาแก็งค์ของคิป อาสาเข้าไปขโมยรถCadillac Escaladeในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่เจ้าของบ้านกำลังปาร์ตี้กันอยู่ซึ่่งดูง่ายดายที่จะปล้น แต่พวกเค้าก็ทำพลาดที่นำไปสู่การไล่ล่าของตำรวจและได้รับบาดเจ็บจากการยิงสกัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

นักสืบแคลเซิลเบ็คโกรธที่ไม่มีหลักฐานสามารถจับกุมแก็งค์ของเมอฟิสได้ จึงสืบย้อนกลับไปที่โกดังที่พวกเมมฟิสเคยเจอพวกรวมตัวกันค้นพบชิ้นส่วนของโคมไฟแบล็กไลท์ที่แตกอยู่ตามพื้น เป็นเหตุให้สงสัยจึงนำแบล็กไลต์ที่ใช้ในการหาคราบเลือดส่องไปทั่วบริเวณ พบกับรายชื่อรถยนต์ห้าสิบคันที่เขียนด้วยสีไวต่อรังสีอัลตราไวโอเลตบนผนัง เมื่อรู้ว่ามีจำนวนรถมากเกินกว่าที่จะไปตามดูได้หมด นักสืบแคลเซิลเบ็คมองไปเห็นรายชื่อหนึ่งคือ  Shelby GT500 ปี’67 จึงมุ่งเน้นไปที่เอลีนอร์คันนี้ ซึ่งนักสืบแคลเซิลเบ็ครู้ดีว่าเมมฟิสมีความหวังกับรถคันนี้ที่นำไปสู่การจับกุมเค้าได้เสมอมา จึงออกตามหาว่า Shelby ปี’67 คันนี้จอดอยู่ที่ไหนและพบว่ามีเพียงแต่คันเดียว ’67 Shelby ที่ลงทะเบียนไว้ในพื้นที่จอดอยู่ที่ตึกอินเตอร์เนชั่นแนล( International Towers )ในลองบีชทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย เจ้าหน้าทีจึงนำกำลังเร่งไปที่ตึกอินเตอร์เนชั่นแนลในลองบีช พบกับเมอฟิสที่กำลังจะขโมย ’67 Shelby เอลีนอร์คันนี้ จึงเปิดฉากเริ่มต้นการไล่ล่ากลางเมืองลองบีชระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นำกำลังทั้งเฮลิคอปเตอร์และรถตำรวจจำนวนมากกับShelby GT500 ปี’67คันเดียวที่ติดระบบขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงแก๊สไนตรัสออกไซด์ (NOS)หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่าเป็นแก๊สหัวเราะ ในที่สุดเมมฟิสก็หลบหนีเจ้าหน้าที่และนักสืบได้หวุดหวิดบนสะพานวินเซนต์โธมัส ซึ่งจราจรติดขัดเพราะมีอุบัติเหตุ

เมอฟิสส่งมอบรถคันสุดท้ายShelby GT500 ปี’67ที่เสียหายจาการไล่ล่าให้แก่เรย์มอนด์ คาลิทรี แต่เนื่องจากเมมฟิสมาสายสิบสองนาทีและรถได้รับความเสียหายมาก คาลิทรีจึงปฏิเสธที่จะรับมันก่อนที่เค้าจะสั่งทุบเอลีนอร์ทิ้งและบอกให้ลูกน้องของเค้าฆ่าปิดปากเมอฟิส ในขณะเดียวกันคีบน้องชายและเพื่อนของเมอฟิส แอตลี่ย์ก็เข้ามาช่วยเค้าได้ทัน ตามด้วยนักสืบโรแลนด์ แคลเซิลเบ็คและดายน์ครอฟที่สืบสาวเรื่องการโจรกรรมรถ50คัน ครั้งนี้มาถึงโกดังและโรงงานรีไซเคิลเหล็กที่มีเจ้าของคือพ่อค้ารถเถื่อนชาวอังกฤษเรย์มอนด์ คาลิทรีเป็นต้นต่อของเหตุปล้นครั้งนี้ เมื่อต้อนคาลิทรีจนมุมเค้าพยายามยิงไปที่นักสืบแคลเซิลเบ็ค แต่เมอฟิสจัดการกับคาลิทรีเสียก่อนเข้าช่วยชีวิตนักสืบแคลเซิลเบ็คไว้ได้ทัน เป็นเหตุให้นักสืบแคลเซิลเบ็คไม่ติดใจเอาความเมอฟิสเพราะรู้ตัวผู้จ้างวานรายใหญ่แล้วและจะนำผลสืบตามรถ49คันที่ถูกขโมยไปกลับคืนมา อีกทั้งรู้ทั้งรู้ว่าโจรอย่างเมอฟิสช่วยชีวิตเค้าไว้ เรื่องราวจบลงตรงที่ทุกคนร่วมฉลองบาบีคิวในขณะที่คีปผู้เป็นน้องเตรียมของขวัญไว้ให้พี่ชายอย่างเมอฟิสคือShelby GT500 ปี’67หรือเอลีนอร์ที่ถูกบดไปแล้ว โดยที่เค้าและออตโต้ช่วยซ่อมให้มันกลับมาวิ่งได้อีกครั้ง

#Gone in 60 Seconds( 2000 ) 60วิ รหัสโจรกรรมอันตราย #หนังยุโรป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *