Sas Red Notice ภาพยนตร์ New Movies แนวต่อสู้สูตรสำเร็จ เชื่อว่าหลายคนนั้นรู้สึกปรามาสภาพยนตร์แนวต่อสู้สูตรสำเร็จเนื่องจากมันเป็นภาพยนตร์
หนังแอคชั่น

Sas Red Notice ภาพยนตร์ New Movies แนวต่อสู้สูตรสำเร็จ

Sas Red Notice ภาพยนตร์ New Movies แนวต่อสู้สูตรสำเร็จ

เชื่อว่าหลายคนนั้นรู้สึกปรามาส ภาพยนตร์แนวต่อสู้ สูตรสำเร็จเนื่องจากมันเป็นภาพยนตร์ที่เราสามารถเดาทางเนื้อเรื่องได้ทั้งหมดแทบจะไม่แตกต่างอะไรจากการรับชมภาพยนตร์สยองขวัญยุค 90 ที่ไม่ว่าจะออกมากี่เรื่องเกาหลีเรื่องสุดท้ายแล้วก็เหมือนกันหมดเพียงแค่เปลี่ยนตัวนักแสดงและเปลี่ยนโลเคชั่น แต่อย่างไรก็ตาม ภาพยนตร์แนวต่อสู้จะมีข้อได้เปรียบตรงที่มันเต็มไปด้วยความลุ้นระทึกและสามารถออกแบบฉากการต่อสู้ให้แตกต่างกันได้โดยที่ไม่ค่อยต้องคำนึงถึงความสมเหตุสมผลมากเท่าไหร่นัก ด้วยเหตุนี้มันจะมีภาพยนตร์แนวต่อสู้สูตรสำเร็จหลายต่อหลายเรื่องที่ประสบความสำเร็จเนื่องจากมันเต็มไปด้วยความสนุกสนานไม่น้อยเลยทีเดียว หนึ่งในนั้นก็คือ New Movies จาก Netflix เรื่อง Sas: Red Notice ภาพยนตร์ต่อสู้จากอังกฤษที่พล็อตเรื่องสูตรสำเร็จจะสามารถมอบความสนุกสนานให้กับคุณได้อย่างยอดเยี่ยม

ดัดแปลงมาจากนวนิยายชื่อเดียวกันที่เป็นนวนิยายขายดีโดยนักเขียนอดีตทหารอังกฤษที่ในครั้งนี้เขาได้มาเป็นผู้อำนวยการสร้างด้วย ภาพยนตร์จะเล่าถึงเรื่องราวของเจ้าหน้าที่ในฝ่ายปฏิบัติการของหน่วย Im5 คนหนึ่งที่ได้เดินทางโดยสารรถไฟใต้ดินความเร็วสูงพร้อมกับคนรักของเขาเพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส จุดหมายปลายทางที่เขาตั้งใจจะขอแต่งงานคนรัก แต่หลังจากเดินทางได้ไม่นานรถไฟขบวนดังกล่าวก็ถูกยึดโดยผู้ก่อการร้ายที่มาพร้อมกับอาวุธครบมือ ในฐานะที่เขาเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการจึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวประกันบนขบวนรถไฟปลอดภัย และเขายังต้องปกป้องคนรักของเขาให้สำเร็จอีกด้วย

Sas: Red Notice เป็น New Movies ที่ค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียวเพราะถึงแม้ว่ามันจะเป็นภาพยนตร์สูตรสำเร็จแต่มันกลับมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในแง่บวกถึงความสนุกสนานของมัน ไม่เพียงเท่านั้นภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้นักแสดงชั้นนำมารับบทนำ ด้วยความที่ฝีมือการแสดงยอดเยี่ยมทำให้พวกเขาสามารถถ่ายทอดเรื่องราวและความรู้สึกออกมาได้อย่างสมจริงไปด้วย แม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่จำกัดอย่างรถไฟความเร็วสูงแต่ภาพยนตร์ก็สามารถสอดแทรกฉากการต่อสู้เข้ามาได้ตลอดทั้งเรื่องแถมยังสร้างความสนุกสนานให้กับภาพยนตร์ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ชมไม่ได้เลยก็คือเพลงประกอบที่สามารถทำให้ผู้รับชมอย่างเรารู้สึกตามไปกับเรื่องราวได้ง่ายมากยิ่งขึ้น มีการสอดแทรกประเด็นทางการเมืองและโปรฯของตัวละครแต่ละตัวเข้ามาได้อย่างยอดเยี่ยม แต่อย่างไรก็ตามภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ยังคงมีจุดด้อยอยู่เช่นเดียวกันนั่นก็คือความเป็นสูตรสำเร็จของมันที่ทำให้เราแทบจะเล่าเนื้อเรื่องออกทั้งหมด ตัวละครบางตัวมีความสำคัญแต่พอนานไปก็หายไปแบบไร้ร่องรอย