Review : 9 ซูเปอร์ไนน์ อัจฉริยะพลิกโลก
หนังแอนิเมชั่น

Review : 9 ซูเปอร์ไนน์ อัจฉริยะพลิกโลก

Review : 9 ซูเปอร์ไนน์ อัจฉริยะพลิกโลก

สวัสดีครับทุกคน วันนี้ผมก็มีหนังอนิเมชั่นสนุกๆ มาแนะนำกันให้เพื่อนๆรู้จักกันอีกเช่นเคยครับ โดยภาพยนตร์อนิเมชั่นในวันนี้นั้นเป็นภาพยนตร์ที่ผมเคยดูเมื่อนานมาแล้ว ซึ่งในตอนนั้นผมแอบคิดไปว่าภาพยนตร์เรื่องนี้นั้นเป็นภาพยนตร์แนวสยองขวัญเสียอีก เนื่องจากตัวภาพยนตร์นั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ดูวังเวงและหลอนแบบแปลกๆ แต่อย่างไรก็ดีเมื่อผมกลับมาดูอีกครั้งผมก็รับรู้ว่านอกจากเรื่องภาพที่เป็นเอกลักษณ์แล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ยังมีประเด็นเนื้อหาต่างๆที่น่าสนใจอีกด้วย ซึ่งภาพยนตร์เรื่องที่ว่านี้มีชื่อว่า 9 ซูเปอร์ไนน์ อัจฉริยะพลิกโลก

9 ซูเปอร์ไนน์ อัจฉริยะพลิกโลก

      9 ซูเปอร์ไนน์ อัจฉริยะพลิกโลก เป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นแนว Sci-fi apocalypse หรือแนวโลกหลังการล่มสลายของมนุษยชาติ โดยเนื้อเรื่องจะกล่าวถึง 9 (หมายเลข 9) หุ่นตุ๊กตาตัวจิ๋วที่ตื่นขึ้นมาบนโลกที่ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่อีกต่อไป เป็นโลกที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง และเศษซากศพของสิ่งต่างๆ ต่อมาเขาก็ได้พบเจอเข้ากับ 2 (หมายเลข 2) หุ่นตุ๊กตานักประดิษฐ์ที่คอยบอกเล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆให้กับ หมายเลข 9 แต่อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเจ้าเครื่องจักรกลรูปร่างคล้ายสุนัขได้จับ หมายเลข 2 ไป และทำให้หมายเลข 9 นั้นได้รับบาดเจ็บจนได้มาพบกับหมายเลขอื่นๆตั้งแต่หมายเลข 1 ถึงหมายเลข 8 ซึ่งพวกเขาจะต้องร่วมมือกันเพื่อจัดการกับ เกรท แมชชีน หุ่นยนต์สุดน่ากลัวที่ทำให้มนุษยชาตินั้นสูญสิ้น และไขปริศนาว่าแท้จริงแล้วพวกเขานั้นคือใครกันแน่

9 ซูเปอร์ไนน์ อัจฉริยะพลิกโลก

โดยส่วนตัวผมคิดว่า 9 ซูเปอร์ไนน์ อัจฉริยะพลิกโลก นั้นเป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นที่น่าสนใจระดับหนึ่ง ซึ่งแม้ว่าการดำเนินเนื้อเรื่องอาจจะธรรมดาและอาจจะเดาตอนจบของเรื่องได้ไม่ยาก แต่อย่างไรก็ดีตัวเนื้อหาก็ได้สอดแทรกประเด็นบางอย่างไว้ได้อย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์และเทคโนโลยี ซึ่งเตือนภัยให้เราระวังถึงภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้หากเราไม่ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว หรือประเด็นของการอยู่ร่วมกันในสังคมที่ตัวภาพยนตร์พยายามสื่อสารให้กับผู้ชมรับรู้ นอกจากนี้ตัวภาพยนตร์เรื่องนี้ยังมีภาพที่เป็นเอกลักษณ์แบบแปลกๆ ซึ่งแม้ว่าอาจจะดูหลอนๆและน่ากลัวไปบ้างก็ตาม ซึ่งโดยส่วนตัวผมคิดว่าตัวภาพนั้นให้อารมณ์แบบเดียวกับหนังของผู้กำกับชื่อดังอย่าง ทิม เบอร์ตัน ซึ่งเป็นบรรยากาศของภาพที่ดูสิ้นหวังและบิดเบี้ยวผสมความเพ้อฝัน

โดยหากใครที่สนใจภาพยนต์อนิเมชั่นที่มีเนื้อหาน่าสนใจ และชื่นชอบภาพยนตร์แนวโลกหลังการล่มสลาย ประกอบกับงานภาพที่มีเอกลักษณ์แล้วนั้น ผมคิดว่าคุณไม่ควรพลาดภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องนี้ด้วยประการทั้งปวงเลยครับ